ซื้อบ้านมือสองทั้งที ต้องเช็คจุดไหนกันบ้าง? แค่ไหนถึงควรต้องซ่อมแซม

ซื้อบ้านมือสองทั้งที ต้องเช็คจุดไหนกันบ้าง? แค่ไหนถึงควรต้องซ่อมแซม

เจ้าของบ้านหลายรายอาจไม่ทราบว่าสภาพบ้านระดับไหนที่ควร ต้องซ่อมแซม เช็กก่อนขายอย่างไร จุดไหนที่ต้องซ่อม จุดไหนที่ควรเปลี่ยน วิธีสังเกตเบื้องต้น เช่น สีทาบ้านหากพบว่าหลุดล่อนซีดเซียว และดูไม่สดใสก็ควรทาสีใหม่ทั้งหมด แต่หากสีเดิมยังอยู่ในสภาพดีก็เพียงแค่ทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาดก็พอ ส่วนพื้นบ้านสังเกตดูว่ามีการแตกกระเทาะหรือไม่หากมีควรรีบซ่อมแซม รวมถึงระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า สิ่งนี้เป็นส่วนสำคัญที่ต้องรีบซ่อมแซม เพราะแค่น้ำไหลไม่คล่อง ไฟดับบ่อย ก็เป็นปัญหากับเจ้าของบ้านนั่นเอง

ทีนี้เราลองมาดูรายละเอียดกันว่าต้องซ่อมแซมบ้านแค่ไหน ถึงจะทำให้บ้านเก่าดูเหมือนใหม่ได้


  ทำความสะอาด ทาสี และซ่อมแซม   

    ไม่ว่าใครก็ย่อมต้องอยากได้บ้านที่แลดูใหม่ สดใส สะอาดตา ดังนั้นแค่ขั้นตอนของการทำความสะอาดนี้ถือเป็นขั้นตอนสำคัญอันดับแรกๆ ที่จะต้องดำเนินการก่อนเข้าอยู่เสมอ ทั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการปรับปรุงตกแต่งภาพลักษณ์ของบ้านให้ดูน่าอยู่ มากขึ้นนั่นเอง
    โดยทั่วไปจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เจ้าของบ้านรู้สึก อาจเป็นจุดสำคัญที่ผู้ซื้อจะมองว่าบกพร่องได้ เช่น สีที่กะเทาะ หรือคราบสกปรกในบ้าน หากเราลองเปลี่ยนความคิดหันมาใส่ใจกับจุดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็จะช่วยให้บ้านเราดูเหมือนใหม่ได้ง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจดูสภาพโดยรอบว่าสีภายนอกบ้านหลุดล่อน หรือซีดจนไม่น่ามองหรือไม่ ถ้าเป็นแบบนั้นควรทาสีใหม่ให้บ้านดูดีขึ้น ซึ่งการทาสีบ้านควรทาสีอ่อนๆ จะเป็นการดึงดูดความสนใจของผู้ซื้อได้ดีกว่า เพราะสีอ่อนจะช่วยทำให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่เราไม่จำเป็นต้องทาสีบ้านทั้งหลัง อาจทาแค่ภายนอกของบ้านเท่านั้นก็ได้ถ้าภายในยังอยู่ในสภาพที่ดูดีอยู่
    การทาสีบ้านใหม่นั้นหากสีเดิมอยู่ในสภาพดี ก็ไม่จำเป็นต้องลอกทิ้ง ทำความสะอาดพื้นผิวให้สะอาด ปล่อยทิ้งให้แห้งสนิทจริงๆ แล้วค่อยทาสีใหม่ทับได้เลย แต่ถ้าสีเก่าเริ่มมีลอก ล่อนให้เห็น จำเป็นต้องลอกสีเก่าออกก่อน เพราะถ้าทาทับลงไป สุดท้ายแล้วสีเก่าก็ยังลอกล่อนอยู่ดี อาจพาลให้สีใหม่ลอกล่อนตามออกมาด้วย

    แม้การทาสีบ้านอาจจะต้องใช้ทุนในการดำเนินการอยู่บ้าง แต่หากเราละเลยตรงจุดนี้ ความสวยงามของบ้านก็อาจจะอยู่กับเราได้ไม่นาน        


  ปรับปรุงห้องครัว ตกแต่งห้องน้ำ

    ห้องครัวถือเป็นห้องที่ใช้งานหนักที่สุดของบ้าน เพราะการทำอาหารก็ย่อมจะต้องเลอะเทอะเป็นธรรมดา ทั้งคราบน้ำมันตามผนัง หรือตามพื้น มิหนำซ้ำยังมีร่องรอยชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งาน หรือกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ติดอยู่ด้วย “ห้องครัว” จึงเป็นสิ่งที่ต้องซ่อมแซมปรับปรุงเป็นอันดับต้นๆ ซึ่งเจ้าของบ้านควรปรับปรุงให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ไม่ว่าจะเป็นผนัง พื้น อ่างล้างจาน  ท่อระบายน้ำ เป็นต้น
    สำหรับพื้นห้องครัวนั้นหากเราตรวจพบว่ารอยคอนกรีตแตกกะเทาะ ผนังมีน้ำซึม ท่อประปารั่ว ก็ควรรีบทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อย ส่วนผนังครัวที่มีคราบสกปรกควรทำการขัดล้างเพื่อให้ดูใหม่สะอาดตา นอกจากนี้อ่างล่างจานก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ครัวของเราดูดีขึ้น โดยอ่างล้างจานควรล้างทำความสะอาดให้ดูใหม่ที่สุด รวมถึงท่อระบายน้ำต้องไม่มีสิ่งอุดตันและคราบสกปรกติดอยู่
    ในส่วนของห้องน้ำก็ถือว่ามีส่วนสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ ของบ้าน เพราะต้องมีการใช้งานอยู่ทุกวัน การทำความสะอาดและตกแต่งห้องน้ำให้ดูดี มีชีวิตชีวาน่าใช้ จึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้ซื้อมากขึ้น แต่การตกแต่งไม่ควรทำเยอะจนเกินไป อาจแค่ตกแต่งให้ห้องน้ำดูไม่เก่าเกินไป เช่น ทาสีใหม่ หาต้นไม้เขียวๆ มาวางประดับไว้ วางน้ำยาดับกลิ่นที่มีกลิ่นหอมสดชื่นไว้ในห้องน้ำก็ช่วยให้ห้องน้ำดูดี น่าใช้มากขึ้น แต่หากพบการรั่วซึมของก๊อกน้ำและคราบน้ำควรรีบซ่อมแซมทันที เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับชื้นที่อาจเป็นปัญหาตามมา


  “ซ่อม” ไม่ใช่ “เปลี่ยน”     

    อย่าลืมว่าแม้หลายสิ่งในบ้านของเราจะเก่า หรือทรุดโทรมไม่น่ามอง แต่วิธีที่ดีที่สุดคือ การ “ซ่อม” ไม่ใช่การ “เปลี่ยน”ยกเว้นซ่อมไม่ได้จริงๆ ค่อยเปลี่ยนเป็นกรณีไป อย่าลืมว่าเราแค่ต้องการซ่อมให้ดูดีขึ้นเท่านั้น ถ้าเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดทุกอย่างย่อมเป็นค่าใช้จ่ายและภาระที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น อะไรที่ซ่อมได้ก็ควรซ่อม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่


  ระบบประปา ไฟฟ้า ตรวจสอบให้ดี 

    ซึ่งเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปาถือเป็นเรื่องพื้นฐานของบ้านทุกหลังที่ต้องคอย ดูแลเป็นอย่างดี และเป็นระบบที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก อีกทั้งระบบไฟฟ้านั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ จึงไม่ควรทำด้วยตัวเองหากแต่ให้ช่างผู้มีความเชี่ยวชาญทำการตรวจสอบจะดีกว่า